พิมพ์
หมวด: Article
ฮิต: 148

โปรตีน เป็นสารอาหารที่มีความจำเป็นต่อชีวิตทั้งของมนุษย์ สัตว์ และพืช แต่สิ่งที่พืชต้องการกลับไม่ใช่โปรตีน แต่เป็นกรดอะมิโน ที่เป็นหน่วยเล็ก ๆ ของโปรตีนนั่นเอง การเจริญเติบโตของสิ่งมีชีวิต ไม่ว่าจะเป็นพืชหรือสัตว์ จะต้องมีองค์ประกอบของอินทรีย์สารที่เรียกว่าโปรตีน (Proteins) ในสารโปรตีนนี้ ประกอบด้วย โมเลกุลของสารย่อยต่างๆ มาต่อเรียงกันเป็นลูกโซ่ และสารย่อยๆ เหล่านั้น เรียกว่า อะมิโน แอซิด หรือ กรดอะมิโน (Amino acids) กล่าวอีกนัยหนึ่ง กรดอะมิโน ก็คือ ต้นกำเนิด ของ สารโปรตีน นั่นเอง ดังนั้น กรดอะมิโน จึงมีความสำคัญต่อการเจริญเติบโตและสร้างความแข็งแรงต่อร่างกายของสิ่งมีชีวิต นักวิทยาศาสตร์ค้นพบว่า กรดอะมิโน มีอยู่ 20 ชนิด และแต่ละชนิด มีคุณสมบัติและหน้าที่แตกต่างกันไป ต่อการเจริญเติบโตของพืชและสัตว์



อะมิโน แอซิด เป็นสารตั้งต้นของฮอร์โมนและเอนไซม์ ที่พืชจำเป็นต้องสร้างขึ้นมาใช้ การดูดซึมอะมิโนจะเร็ว และใช้ได้ทันที พืชจะให้การตอบสนองที่ดีมากขึ้นไปกว่าการใช้ปุ๋ยแต่เพียงอย่างเดียว กรดอะมิโนเป็นรากฐานสำคัญสำหรับการสังเคราะห์โปรตีน ในแต่ละขั้นของการสังเคราะห์ จะมีกรดอะมิโนประมาณ 20 ชนิดที่เกี่ยวข้อง กรดอะมิโนมีส่วนสำคัญต่อกระบวนการทางชีวภาพของพืช ทั้งทางตรง และทางอ้อม นอกจากการให้กรดอะมิโนทางใบแล้ว ยังสามารถใช้ทางดินได้อีกด้วย ทั้งนี้ก็เพื่อช่วยให้สิ่งมีชีวิตจำพวกแบคทีเรียในดินเจริญเติบโตดีขึ้น ซึ่งจะนำไปสู่การมีดินที่อุดมสมบูรณ์ด้วยแร่ธาตุมากยิ่งขึ้น การฉีดพ่นกรดอะมิโน ทางใบให้กับพืช เป็นการให้กรดอะมิโนที่สำคัญ และจำเป็นแก่พืช โดยพืชสามารถนำไปใช้สังเคราะห์เป็นโปรตีนได้ทันที เสมือนการให้ปุ๋ยทางลัด และเร่งการเจริญเติบโตของพืชทุกชนิด พืชทุกชนิดนั้นนอกจากจะต้องการ ดิน, แสงแดด, ฝน, และอากาศ แล้วยังต้องการโปรตีน ซึ่งเป็นส่วนประกอบพื้นฐานของเซลล์ของสิ่งมีชีวิต โปรตีนถูกสร้างขึ้นจากกรดอะมิโนหลายๆตัวประกอบเข้าด้วยกัน

ปกติแล้วพืชจะสร้างกรดอะมิโนที่จำเป็นขึ้นมาจากองค์ประกอบพื้นฐานซึ่งคือ คาร์บอน, ออกซิเจน, ไฮโดรเจน, และไนโตรเจน เริ่มแรกนั้นพืชจะนำคาร์บอนและออกซิเจนที่ได้จากอากาศมาผสมกับไฮโดรเจนที่ได้จากน้ำในดิน สิ่งที่ได้เรียกว่า Carbon Hydrate กระบวนการนี้เรียกว่าการสังเคราะห์ด้วยแสง จากนั้น Carbon Hydrate จะถูกนำไปผสมกับไนโตรเจนที่พืชดูดซึมมาจากดิน สิ่งที่ได้ก็คือ “กรดอะมิโน ชนิด L” 
การที่พืชได้รับกรดอะมิโนในปริมาณที่พอเหมาะเป็นที่รู้กันว่าจะนำไปสู่ปริมาณ และคุณภาพของผลผลิตที่มากขึ้นปริมาณการให้กรดอะมิโนแก่พืชด้วยการฉีดพ่นทางใบนั้น ต้องดูที่ชนิดของพืช และระยะการเจริญเติบโตของพืชเป็นหลัก พืชจะดูดซึมกรดอะมิโนเข้าไปผ่านทางปากใบ ส่วนปริมาณที่สามารถรับได้จะขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อม และอุณหภูมิเป็นสำคัญ ในบางสภาวะ พืชขาดสารอาหารบางชนิด ไม่สามารถผลิตกรดอะมิโนได้ตามความต้องการ ทำให้พืชไม่สมบูรณ์ หรือ ออกดอก ออกผลได้ไม่มาก หรือผลผลิตไม่สมบูรณ์ บิดเบี้ยว ผลเล็ก จึงจำเป็นต้องใช้กรดอะมิโนสำเร็จรูป เพื่อให้พืชนำไปใช้ประโยชน์ได้ทันที ตามความต้องการ ไม่ต้องผ่านขบวนการทางชีวเคมีที่พืชต้องสร้างขึ้นเอง เสมือนหนึ่งเป็นอาหารเสริมบำรุงพืช เพื่อช่วยเพิ่มและให้ผลผลิตมีคุณภาพที่สมบูรณ์
กรดอะมิโน ให้ธาตุไนโตรเจน ( N ) เร่งการเจริญเติบโตของพืช เป็นอะมิโนคีเลต     ซึ่งพืชสามารถดูดซึมไปใช้ได้ดีกว่าการใช้ปุ๋ยธรรมดา ส่งผลให้ช่อดอกของพืชมี ความยาวช่อเพิ่มขึ้น จำนวนดอกและการแตกยอดใหม่ของพืชเพิ่มขึ้น กรดอะมิโนช่วยผลิตฮอร์โมนพืชในกลุ่มออกซินได้ 
สารคีเลต (Chelate) คืออะไร 
คือสารอินทรีย์เคมี ซึ่งสามารถรวมกับธาตุอาหารที่มีประจุบวก เช่น เหล็ก, สังกะสี, ทองแดง, แมงกานีส เป็นต้น ปฏิกิริยาการรวมนี้เรียกว่า chelation โดยสารคีเลตจะล้อมธาตุเหล่านั้นไว้ไม่เปิดโอกาสให้ประจุลบจากที่อื่น เข้าทำปฏิกิริยาได้ จึงทำให้ธาตุคีเลตนี้ ไม่ตกตะกอน จึงเป็นประโยชน์ต่อพืชได้มากขึ้น คีเลตที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่ละลายน้ำได้ดี พืชจึงสามารถดูดซึมผ่านรากหรือใบ นำธาตุอาหารรองเหล่านี้ไปใช้ประโยชน์ได้ 
สารคีเลตที่ใช้ทำปุ๋ยจุลธาตุหรือธาตุอาหารเสริมมีอยู่ 2 ประเภท คือ 
1. สารคีเลตอินทรีย์จากธรรมชาติ เช่น กรดฮิวมิค กรดฟีโนลิก กรดซิตริก และ กรดอะมิโน 
2. สารคีเลตสังเคราะห์ ที่สามารถจับกับธาตุเหล็ก ทองแดง สังกะสี และแมงกานีสได้ เช่น EDTA ย่อมาจาก เอทิลีนไดอามีน เตตรา อะเซติก แอซิด เป็นต้น