ไบโอ-สตาร์ ออร์แกนิคโซลูชั่น สำหรับพืชที่ต้องการแมกนีเชียม

สั่งพิมพ์อีเมล
ไบโอ-สตาร์ ออร์แกนิคโซลูชั่น ทำให้พืชสร้างแมกนีเซี่ยม ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญของคลอโรฟิลล์และสังเคราะห์แสง ช่วยกระตุ้นให้ต้นพืชผลิตธาตุอาหารต่างๆ เพื่อเสริมประสิทธิภาพของ แป้ง น้ำตาล โปรตีน วิตามิน น้ำ และอื่นๆ ให้ออกมาอย่างสม่ำเสมอ ช่วยเสริมกระบวนการแบ่งหรือขยายขนาดเซลล์ ช่วยเคลื่อนย้ายฟอสฟอรัสและเหล็ก มีบทบาทอย่างมากต่อความแก่ความสุกของผล....
ราคาฐาน 990,00 ฿
ตัวปรับแต่งตัวแปรราคา:
ราคาขาย 960,00 ฿
ส่วนลด -30,00 ฿
จำนวนภาษี
Bio-star II~1
Bio-star iii~1
Bio-star IV~1
คำอธิบาย

ไบโอ-สตาร์ ออร์แกนิคโซลูชั่น  เป็นกรดอะมิโนสำหรับพืช ผลิตมาจากสารสกัดถั่วเหลือและกล้วยช่วยให้พืชสามารถสร้างแมกนีเชี่ยม เพือเป็นส่วนประกอบสำคัญของคลอโรฟิลล์และสังเคราะห์แสง ช่วยกระตุ้นให้ต้นพืชผลิตธาตุอาหารต่าง ๆ เพื่อเสริมประสิทธิภาพของ แป้ง น้ำตาล โปรตีน วิตามิน น้ำ และอื่น ๆ ให้ออกมาอย่างสม่ำเสมอ ช่วยเสริมกระบวนการแบ่งหรือขยายขนาดเซลล์ ช่วยเคลื่อนย้ายฟอสฟอรัสและเหล็ก มีบทบาทอย่างมากต่อความแก่ความสุกของผล....

ไบโฮ-สตาร์ ออร์แกนิคโซลูชั่น ไม่ใช่ปุ๋ย ไม่ใช่ยาพืช ไม่ใช่ฮอร์โมนพืช อีกทั้งยังไม่ใช่ธาตุอาหารเสริม ธาตุอาหารรองสำหรับพืช แบบที่มีวางขายทั่วไป หากแต่ผลิตภัณฑ์นี้จักเป็นสารกระตุ้นทางชีวภาพ หรือที่เราได้ยินกันคุ้นหูว่า "Biostimulants" ที่เป็นที่รู้จักเป็นอย่างดีในวงการเกษตรโลก 

สหภาพยุโรป ให้คำจำกัดความไว้ว่า "คือจุลินทรีย์ที่ช่วยกระตุ้นกระบวนการใช้สารอาหารของพืช อย่างอิสระ เป็นการทำงานร่วมกันระหว่าง สารใด  ๆ กับจุลินทรีย์ ที่เมื่อใช้แล้วจะทำให้เกิดผลดีต่อพืชผลทางการเกษตร" 

ส่วนฝั่งสหรัฐอเมริกา ได้ใหัคำจำกัดความไว้ว่า "สารใด ๆ หรือ จุลินทรีย์ ซึ่งเมื่อใช้กับเมล็ดพืช หรือบริเวณรากพืช สามารถไปกระตุ้นขบวนการธรรมชาติ ให้พืชใช้ประโยชน์ หรือ ช่วยการดูดซับธาตุอาหาร ได้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ช่วยให้พืชต้านทานความเครียด หรือ เพิ่มปริมาณและคุณภาพผลผลิต"


จะเห็นได้ว่า คำจำกัดความ ทั้งฝั่งสหรัฐอเมริกาและฝั่งอียู นั้น มีสาระสำคัญเหมือนกัน ต่างกันเพียงถ้อยคำที่ใช้เท่านั้น ดังนั้น จากคำจำกัดความนี้ "สารกระตุ้นการเจริญเติบโตพืช" จึงมีหน้าที่ต่อพืช หรือผลประโยชน์จากการใช้ แตกต่างจาก ปุ๋ยและสารควบคุมการเจริญเติบโตพืช อย่างชัดเจน

เรามาดูประโยชน์ 5 เพิ่ม ที่เราจะได้จาก "สารกระตุ้นทางชีวภาพ"


1. เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของกระบวนการสร้างและสลาย เมตาบอลิซึ่ม (Metabolism) ของพืช ส่งผลให้พืชมีผลผลิตเพิ่มขึ้นและคุณภาพของผลผลิตดีขึ้น

2. เพิ่มประสิทธิภาพในการต้านทานโรคพืช และฟื้นฟูพืชจากภาวะเครียดจากสิ่งแวดล้อมที่ส่งผลต่อการเจริญเติบโต อย่างเช่น อุณหภูมิและน้ำ

3. เพิ่มการกระตุ้นให้เกิดการนำสารอาหารไปเลี้ยงเนื้อเยื่อ รวมไปถึงน้ำ หรือสารละลายต่าง ๆ ไปยังส่วนต่าง ๆ ของพืช และเพิ่มประสิทธิภาพในการนำไปใช้ประโยชน์ได้ด้วย

4. เพิ่มคุณภาพโดยรวมของผลผลิต ทำให้ผลผลิตมีความความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น

5. เพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของดิน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ช่วยในการเสริมสร้างความสมบูรณ์ของจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ในดิน

ปัจจุบันในวงการเกษตรไทย เริ่มมีการนำมาใช้กันอย่างแพร่หลาย เนื่องจาก "สารกระตุ้นทางชีวภาพ" นอกจากจะช่วยเพิ่มผลผลิตในระบบปลอดภัยได้แล้ว ยังสามารถที่จะใช้ในระบบอินทรีย์เพื่อช่วยในการเพิ่มผลผลิตได้อีกทางหนึ่งด้วย นอกจากนี้ "สารกระตุ้นทางชีวภาพ" ยังเป็นที่รู้จักกันในชื่อที่หลากหลาย อย่างเช่น อาหารเสริมสำหรับพืช สารเพิ่มความแข็งแรงและบำรุงพืช สารกระตุ้นพฤกษเคมี สารออกฤทธิ์ทางชีวภาพ หรือแม้กระทั่ง สารกระตุ้นการเจริญเติบโตของพืช เป็นต้น

 

ไบโอ-สตาร์ ออร์แกนิคโซลูชั่น จัดเป็นกรดอะมิโนที่ช่วยในเรื่องการขาด แม็กนีเชียมในพืช ถ้าต้นพืชขาดแม็กนีเซียมจะมีอาการขอบใบยอดบางเหลืองขาวซีดแล้วลามไปยังใบอื่น ๆ จนทั่วต้น ใบแก่จะร่วงจากปลายเข้ามาหาโคน การแตกหน่อมากแต่ไม่สม่ำเสมอ มีรอยไหม้ที่พื้นใบระหว่างเส้นใบ ขอบใบ เป็นสีเหลืองในขณะที่เส้นใบยังเขียวสด และหากได้รับแมกนีเซียมมากเกินไป จะไม่ส่งผลเสียแก่ต้นพืช

ไบโอ-สตาร์ ออร์แกนิคโซลูชั่นมีความจำเป็นสำหรับการเจริญเติบโตของพืช อยู่ในรูปครีมสูตรเข้มข้นสูง ประกอบด้วยอนุภาคเล็กละเอียด

– มีความปลอดภัยต่อพืช ละลายน้ำได้ดีเยี่ยม มีประสิทธิภาพในการเกาะติดใบได้ดี

ดูดซึมเข้าสู่เนื้อเยื่อพืชได้อย่างรวดเร็ว และต่อเนื่องสม่ำเสมอ

ประโยชน์ของไบโอ-สตาร์ ออร์แกนิคโซลูชั่น:ช่วยทำให้ใบเขียวเข้มสมบูรณ์ ทำให้ใบอ่อนพัฒนาเป็นใบแก่เร็วขึ้น และช่วยให้ผลไม้สุกแก่สม่ำเสมอ

อัตราและวิธีการใช้ :

พืชตระกูลส้ม :ส้ม มะนาว ส้มโอ   อัตรา 5-10 ซีซีต่อน้ำ 20 ลิตร พ่นในระยะแตกใบอ่อน ช่วงใบอ่อนกำลังพัฒนาเป็นใบแก่ พ่น 2 ครั้ง ห่างกัน 7-10 วัน – อัตรา 10-15 ซีซีต่อน้ำ 20 ลิตร พ่นในช่วงก่อนเก็บเกี่ยวเพื่อให้การสุกแก่สม่ำเสมอ พ่น 1-2 ครั้ง ห่างกัน 7-10 วัน

ไม้ผลเช่น เงาะ มังคุด ลองกอง มะม่วง มะขาม ลิ้นจี่ ลำไย ชมพู่ สละ ฯลฯ   อัตรา 5-10 ซีซีต่อน้ำ 20 ลิตรพ่นในระยะแตกใบอ่อน ช่วงใบอ่อนกำลังพัฒนาเป็นใบแก่ พ่น 2 ครั้ง ห่างกัน 7-10 วัน

พืชผักเช่น กะหล่ำปลี ผักกาดขาวปลี คะน้า พริก มะเขือยาว ถั่วฝักยาว แตงกวา ฯลฯ   อัตรา 5-10 ซีซีต่อน้ำ 20 ลิตรพ่นครั้งแรกในระยะมีใบ 4-6 ใบ และพ่นซ้ำ 1-2 ครั้ง ห่างกัน 7-10 วัน

หอม กระเทียม หอมหัวใหญ่  อัตรา 10 ซีซีต่อน้ำ 20 ลิตรเริ่มพ่นครั้งแรกระยะต้นสูง 10-15 ซม. และพ่นซ้ำ 1-2 ครั้ง ห่างกัน 7-10 วัน

ไม้ดอกไม้ประดับเช่น กุหลาบ กล้วยไม้ เยอบีร่า หน้าวัว ฯลฯ  อัตรา 5-10 ซีซีต่อน้ำ 20 ลิตร ระยะพืชกำลังเจริญเติบโต พ่นห่างกัน 7-10 วัน

ไบโอ-สตร์ กรดอะมิโนสำหรับพืชมีประโยชน์ 

- ทำให้พืชใบเขียว

- พืชสามารถสังเคราะห์แสงได้ดีขึ้น

- กระตุ้นการสร้างแป้ง น้ำตาล และไขมัน

- กระตุ้นการสร้างโปรตีน

- เสริมสร้างผนังเซลล์พืชให้แข็งแกร่ง

- ช่วยให้พืชแข็งแรงลดอาการน๊อคจากการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศเฉียบพลัน เสริมธาตุแมกนีเซียมให้กับพืช

 

 

ไบโอ-สตร์ กรดอะมิโนสำหรับพืช ผลิตด้วยเทคนิคที่ทันสมัย เป็นชนิดน้ำจึงไม่เยิ้มหรือจับเป็นก้อน และสามารถได้ดีทุกสภาพน้ำ ไม่มีกากตะกอนตกค้าง ไบโอ-สตาร์เป็น อออร์แกนนิค โซลูชั่น ประเภทกรดอะมิโน เหมาะสำหรับการฉีดพ่นทางใบ หรือให้ไปพร้อมกับระบบการให้น้ำ ช่วยเพิ่มผลผลิตทั้งคุณภาพที่ดีขึ้นและปริมาณที่มากขึ้นโดยสามารถเสริมแมกนีเชี่ยมที่อยู่ในรูปของปุ๋ยหรืออาหารพืชได้ดี วิธีใช้ ผสมไไบโฮ-สตาร์ในอัตรา 5-10 ซีซี ต่อน้ำ 20 ลิตร ผสมให้เข้ากัน และนำไปฉีดพ่นให้ทั่วต้นพืชทั้งบนใบและใต้ใบให้เปียกชุ่ม ในระยะพืชแตกใบอ่อน ช่วงติดผลอ่อน และช่วงสะสมอาหารเร่งใบให้แก่ก่อนการตัดแต่ง ฉีดพ่นได้ตลอดวัน เพราะมีสารเปิดปากใบในตัว

 

ความสำคัญของธาตุแมกนีเซียมกับพืช
หน้าที่
1. เป็นองค์ประกอบของคลอโรฟีลล์ ส่วนสีเขียวในใบพืช
2. ช่วยในการเคลื่อนย้ายอาหารในพืชและเป็นตัวนำพาฟอสฟอรัสในการดูดซึมจาก รากไปยังส่วนต่าง ๆ ของพืช
3. เป็นตัวเร่ง และเป็นส่วนประกอบของเอนไซม์ของพืชหลายชนิด
4. เคลื่อนย้ายได้ดีในพืช
5. มีบทบาทที่สำคัญในการ สังเคราะห์แสง
6. เพิ่มการใช้ธาตุเหล็กในพืช
7. มีอิทธิพลเกี่ยวกับให้ความสม่ำเสมอของการสุก การแก่ที่เร็วขึ้นอย่างสม่ำเสมอของผลไม้
สีเขียวสดใสของพืชที่สวยสดงดงามที่เราเห็นอยู่ทุกวันนี้ เราจะต้องเป็นหนี้บุญคุณธาตุแมกนีเซียมเป็นอย่างมาก เพราะว่าแมกนีเซียมเป็นธาตุหลัก ซึ่งเป็นองค์ประกอบของจุดสีเขียวในใบพืช จุดสีเขียวเหล่านี้จะเป็นผู้ประสานงานในต้นพืช ก่อให้เกิดการผลิตอาหารและเส้นใย จนเกิดประโยชน์กับชีวิตของมนุษย์
นอกจากนี้ แมกนีเซียมยังมีบทบาทเกี่ยวกับปฏิกิริยาของเอนไซม์หลายชนิดที่เกี่ยวข้องในการดำรงชีวิตของพืช และมีส่วนเกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดกับพลังงานในการใช้สารประกอบฟอสฟอรัส
พืชจะดูดแมกนีเซียมขึ้นไปใช้ในต้นพืชหลังจากที่พืชงอกมาแล้ว 5-6 สัปดาห์ แมกนีเซียมจะช่วยเพิ่มให้พืชมีความสามารถในการทนทานต่อสภาพอากาศที่ไม่เหมาะสมและโรคพืชได้
พวกพืชที่ให้น้ำตาล เช่น พืชไม้ผลทุกชนิด ข้าวโพด มันฝรั่ง เป็นต้น พืชพวกนี้ต้องการแมกนีเซียมมากกว่าพืชให้เมล็ด เช่น ข้าว ข้าวสาลี เป็นต้น
ปัญหาต่าง ๆ ที่พืชขาดแมกนีเซียม
1. มีแมกนีเซียมในดินต่ำ
2. ในดินมีแคลเซียม โซเดียม หรือโพแทสเซียมสูง
3. ในดินมีพวกเกลือแร่สูง
4. อากาศเย็น
5. พืชดูดไนโตรเจนไปใช้อย่างรวดเร็ว
การให้แมกนีเซียมแก่พืชอย่างเพียงพอ ไม่เพียงแต่จะทำให้แมกนีเซียมอยู่ในระดับที่สมบูรณ์เท่านั้น แต่ยังจะทำให้เกิดสมดุลของอัตราส่วนระหว่างแคลเซียมและแมกนีเซียมอีกด้วย
ธาตุโพแทสเซียมก็เป็นธาตุอาหารหนึ่งที่ทำให้แมกนีเซียมขาดได้ โดยที่มันจะไปเป็นตัวรบกวนการดูดซับแมกนีเซียมที่บริเวณผิวของรากขนของพืช
ขณะที่แมกนีเซียมเป็นสารละลายอยู่ในดินพืชจะดูดเข้าทางราก โดยซึมผ่านเข้าทางผนังเซลล์ หรือโดยการแลกเปลี่ยน อิออน(ions) กัน ก็จะมีการแข่งขันการเข้าสู่ต้นพืชเกิดขึ้นจากธาตุไนโตรเจน แคลเซียม และโดยเฉพาะตัวโพแทสเซียมเองจะรบกวนการดูดซับของแมกนีเซียม
ดังนั้นขณะที่พืชดูดใช้ไนโตรเจนอย่างรวดเร็ว จะทำให้เกิดความไม่สมดุลระหว่างไนโตรเจนกับแคลเซียม แมกนีเซียมและเกลือแร่อื่น ๆ โดยเฉพาะถ้าเกิดในทุ่งหญ้าอาหารเลี้ยงสัตว์ จะทำให้เกิดไนโตรเจนเป็นพิษกับสัตว์ หรือที่เรียกว่า โรคกร๊าสเทตานี่หรือโรคกระแตเวียน(Grass Tetany)
สำหรับโรคกระแตเวียนในสัตว์เราไม่มีทางรักษาแก้ไขได้ นอกจากจะทำให้บรรเทาอาการได้เท่านั้น จึงเป็นเรื่องจำเป็นที่ต้องให้แมกนีเซียมกับพืชให้พอเพียงตลอดเวลา
การขาดแมกนีเซียมในพืชตระกูลถั่ว จะทำให้เกิดการกีดกันการตรึงไนโตรเจนในปมถั่ว ถ้าระยะที่ต้นถั่วมีการดูดไนโตรเจนอย่างรวดเร็ว จะทำให้แมกนีเซียมขาดได้ง่าย
อากาศหนาวเย็นพืชจะดูดแมกนีเซียมน้อยลงดินที่มีเกลือโซเดียมจะทำให้ธาตุแมกนีเซียมเกิดประโยชน์ต่อพืชได้น้อย แต่พืชไม้ผล หรือไม้ยืนต้น ต้องการแมกนีเซียมมากที่สุดเมื่อเริ่มแตกใบอ่อน และต้องการในปริมาณค่อนข้างสูง

 

 

 

จำนวนหน่วยในกล่อง1

บทวิจารณ์

วันอาทิตย์, 22 พฤศจิกายน 2563
ฉีดไปใบหนา เขียวเข้มทันใจดี การจัดส่งจากทางร้านดีมาก มีการห่อหุ่มมาอย่างดี ถ้าหมดแล้วสั่งอีกแน่นอนครับ
วันพฤหัสบดี, 19 พฤศจิกายน 2563
ใช้ดีสามารถเก็บพริกได้ดีกว่าเดิมมากเลย การจัดส่งสินค้าไว ราคาเมื่อเทียบกับคุณภาพแล้วไม่แพงเลน โอกาสหน้าสั่งอีกแน่นอน